การประยุกต์ใช้สื่อโสตทัศน์เพื่อการศึกษา (AV)
ความหมายและประเภทของสื่อโสตทัศน์
สื่อโสตทัศน์ Audio Visual เป็นสื่อที่สามารถรับรู้ได้โดยผ่านประสาทสัมผัสการได้ยินและการมองเห็น
หรือหูกับตานั่นเอง สื่อโสตทัศน์แบ่งได้ 3 ประเภท
1. สื่อประเภทเครื่องเสียง
2. สื่อประเภทเครื่องฉาย
3. สื่อประเภทที่ไม่ใช้เครื่องฉาย
ความหมายของโสตทัศนูปกรณ์
โสตทัศนูปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์ที่มีลักษณะใหญ่ ประกอบด้วย
เครื่องยนต์กลไก อิเล็กทรอนิกส์
ทำหน้าที่เป็นตัวผ่านขยายเนื้อหาสาระจากแหล่งกำเนิดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สามารถกระตุ้นการรับรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
โสตทัศนูปกรณ์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Audio
- Visual Equipment มาจากคำประสม ดังนี้
โสต (การได้ยิน) + ทัศนะ (การมองเห็น) +
อุปกรณ์
Audio +
Visual + Equipment
เครื่องฉาย
เครื่องฉายเป็นอุปกรณ์ฉายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ทำให้ผู้เรียนได้เห็นภาพหรือเนื้อหาได้ชัดเจนจากจอรับภาพ กระตุ้นความสนใจได้ดี
เครื่องฉายภาพที่ใช้ในวงการศึกษาปัจจุบันมีหลายชนิด เช่น
เครื่องฉายข้ามศีรษะ เครื่องฉาย LCD
นอกจากนี้ยังมีเครื่องต่อพ่วงกับเครื่องฉายที่สามารถฉายได้หลายรูปแบบ เช่น Visualizer
ระบบการทำงานของเครื่องฉาย
- ระบบฉายตรง
เป็นการฉายที่อาศัยลำแสงจากหลอดกำเนิดแสงผ่านวัสดุฉาย ผ่านระบบเลนส์
ตรงไปจอรับภาพในแนวเส้นตรง ตัวอย่างเครื่องฉายระบบนี้ ได้แก่ เครื่องฉายภาพนิ่ง
เครื่องฉายภาพยนตร์
- ระบบฉายอ้อม
เป็นการฉายที่อาศัยลำแสงจากหลอดกำเนิดแสงผ่านวัสดุฉาย ผ่านระบบเลนส์
โดยมีการหักเหของลำแสง 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง ด้วยกระจกเงา ก่อนที่ภาพจะปรากฏบนจอรับภาพ
ตัวอย่างเครื่องฉายระบบนี้ ได้แก่ เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
- ระบบฉายสะท้อน
เป็นการฉายที่อาศัยลำแสงจากหลอดกำเนิดแสงไปกระทบวัสดุฉาย สะท้อนภาพผ่านกระจกเงาและเลนส์ฉาย
ไปเกิดภาพบนจอ ระบบฉายชนิดนี้จะมีการ สูญเสียแสงค่อนข้างมาก
ห้องฉายจึงจำเป็นต้องควบคุมให้มืดมากที่สุด ตัวอย่างเครื่องฉายระบบนี้
ได้แก่ เครื่องฉายภาพทึบแสง
เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
(Overhead Projector)
คุณลักษณะเฉพาะของเครื่องฉาย
1. ใช้สอนได้ทุกวิชา เพราะใช้แทนกระดานชอล์กได้
2. ห้องฉายไม่จำเป็นต้องควบคุมแสงสว่างมากนัก ห้องเรียนธรรมดาก็ฉายได้
ผู้เรียน สามารถเห็นภาพบนจอได้ชัดเจน
3. เครื่องฉายมีน้ำหนักเบา ใช้และบำรุงรักษาง่าย
4. สามารถตั้งไว้หน้าชั้นหรือที่โต๊ะบรรยาย เวลาสอนหรือบรรยาย ในขณะที่ใช้เป็นการ สะดวกในการสังเกตความสนใจของผู้เรียนเพื่อจะได้ปรับปรุงการสอนได้อย่างเหมาะสม
5. ประหยัดเวลาในการวาดรูปหรือเขียนคำอธิบาย เพราะผู้สอนสามารถวาด (หรือให้ผู้อื่นวาด)
หรือถ่าย (เหมือนถ่ายเอกสาร) หรือเขียนบนแผ่นโปร่งใสมาก่อนล่วงหน้า
1. ใช้สอนได้ทุกวิชา เพราะใช้แทนกระดานชอล์กได้
2. ห้องฉายไม่จำเป็นต้องควบคุมแสงสว่างมากนัก ห้องเรียนธรรมดาก็ฉายได้
ผู้เรียน สามารถเห็นภาพบนจอได้ชัดเจน
3. เครื่องฉายมีน้ำหนักเบา ใช้และบำรุงรักษาง่าย
4. สามารถตั้งไว้หน้าชั้นหรือที่โต๊ะบรรยาย เวลาสอนหรือบรรยาย ในขณะที่ใช้เป็นการ สะดวกในการสังเกตความสนใจของผู้เรียนเพื่อจะได้ปรับปรุงการสอนได้อย่างเหมาะสม
5. ประหยัดเวลาในการวาดรูปหรือเขียนคำอธิบาย เพราะผู้สอนสามารถวาด (หรือให้ผู้อื่นวาด)
หรือถ่าย (เหมือนถ่ายเอกสาร) หรือเขียนบนแผ่นโปร่งใสมาก่อนล่วงหน้า
6. สามารถแสดงการใช้แผ่นโปร่งใสให้เห็นเหมือนกับภาพเคลื่อนไหวได้
โดยใช้แผ่นโปร่งใส
ชนิดเคลื่อนไหวได้ (Motion or Polarized Transparency) วางบนเครื่องฉาย แล้วใช้กระจกตัดแสงอยู่ในกรอบกลม ๆ เรียกว่า Polarizing Filter หรือ Polaroid Spinner โดยเปิดสวิทซ์ให้กระจกตัดแสงหมุนใต้เลนส์ฉาย ภาพที่ปรากฏบนจอจะมีลักษณะเหมือนการเคลื่อนไหวได้ เช่น ภาพภูเขาไฟระเบิดการสูบฉีดโลหิตการทำงานของเครื่องจักรเครื่องยนต์
7. สามารถดัดแปลงการใช้แผ่นโปร่งใสจากการฉายครั้งละแผ่น เป็นการฉายครั้งละหลาย ๆ แผ่นซ้อนกัน ซึ่งเรียกว่าOverlays 8) สามารถฉายวัสดุหรือเครื่องมือที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใสได้ หรือวัสดุทึบแสงได้ ซึ่งจะให้ภาพเป็นภาพดำบนจอ ไม่แสดงรายละเอียดเหมือนวัสดุโปร่งใส จะเห็นเป็นเพียงรูปแบบของวัสดุ หรือเครื่องมือเท่านั้น
ชนิดเคลื่อนไหวได้ (Motion or Polarized Transparency) วางบนเครื่องฉาย แล้วใช้กระจกตัดแสงอยู่ในกรอบกลม ๆ เรียกว่า Polarizing Filter หรือ Polaroid Spinner โดยเปิดสวิทซ์ให้กระจกตัดแสงหมุนใต้เลนส์ฉาย ภาพที่ปรากฏบนจอจะมีลักษณะเหมือนการเคลื่อนไหวได้ เช่น ภาพภูเขาไฟระเบิดการสูบฉีดโลหิตการทำงานของเครื่องจักรเครื่องยนต์
7. สามารถดัดแปลงการใช้แผ่นโปร่งใสจากการฉายครั้งละแผ่น เป็นการฉายครั้งละหลาย ๆ แผ่นซ้อนกัน ซึ่งเรียกว่าOverlays 8) สามารถฉายวัสดุหรือเครื่องมือที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใสได้ หรือวัสดุทึบแสงได้ ซึ่งจะให้ภาพเป็นภาพดำบนจอ ไม่แสดงรายละเอียดเหมือนวัสดุโปร่งใส จะเห็นเป็นเพียงรูปแบบของวัสดุ หรือเครื่องมือเท่านั้น
8. สามารถใช้แสดงการทดลองหรือสาธิต โดยนำวัสดุมาวางบนเครื่องฉายแผ่นโปร่งใส
วางแผ่นโปร่งใสบนแท่งแม่เหล็ก โรยผงตะไบเหล็กบนแผ่นโปร่งใส แล้วเคาะแผ่นโปร่งใส
ภาพของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นบนแผ่นโปร่งใสจะปรากฏที่จอ
เครื่อง Video Projector
1. เครื่องแอลซีดี ( LCD : Liquid Crystal
Display ) เครื่องแอลซีดีเป็นเครื่องถ่ายทอดสัญญาณที่ใช้ต่อพ่วงต่อกับจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์
Visualizer เครื่องเล่นวีดิทัศน์ หรือเครื่องเล่นวีซีดี
เพื่อเสนอภาพจากอุปกรณ์เหล่านั้นขยายขนาดใหญ่ขึ้นบนจอภาพ
2. เครื่องดีแอลพี
(DLP : Digital Light Processing) เครื่องดีแอลพี
เป็นเครื่องถ่ายทอดสัญญาณระบบดิจิทัลในลักษณะเดียวกับเครื่องแอลซีดีแต่มีความคมชัดสูงกว่า
ประโยชน์ของ
Video Projector
1. สามารถใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายประเภท
2. สามารถเสนอภาพขนาดใหญ่จากอุปกรณ์ต่าง
ๆ เพื่อให้เห็นภาพได้อย่างทั่วถึง
เครื่อง
Visualizer
หลักการทำงานของเครื่อง Visualizer จะเป็นการใช้กล้องถ่ายภาพของวัตถุเพื่อแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าก่อนที่จะแปลงกลับเป็นสัญญาณภาพอีกครั้งหนึ่ง
การเสนอภาพนิ่งจะเป็นการวางวัสดุฉายลงบนแท่นฉายเพื่อให้กล้องที่อยู่เหนือแท่นฉายจับภาพวัสดุ โดยสามารถใช้ฉายได้ทั้งวัสดุทึบแสง เช่น ภาพและข้อความบนสิ่งพิมพ์ วัสดุ 3 มิติ วัสดุกึ่งโปร่งแสงและโปร่งใส เช่น
ฟิล์มสไลด์และแผ่นโปร่งใส
และใช้เป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
เพื่อเสนอภาพความเคลื่อนไหวภายในสถานที่นั้น
ประโยชน์ของ
Visualizer
การใช้ Visualizer ในการเรียนการสอนมีประโยชน์ดังนี้
1.
สามารถใช้ในการเสนอวัสดุได้ทุกประเภททั้งวัสดุทึบแสง วัสดุ 3
มิติ รวมถึงวัสดุกึ่งโปร่งแสง
และวัสดุโปร่งใส
2.
ใช้เป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเสนอภาพวัตถุและการสาธิตภายในห้องเรียนได้
3.
ให้ภาพที่ชัดเจน
สามารถขยายภาพและข้อความจากสิ่งพิมพ์ให้อ่านได้อย่างทั่วถึง
4.
สามารถใช้กล้องตัวรองเป็นกล้องวีดิทัศน์เคลื่อนที่ได้
จอรับภาพ
(Screen)
จอเป็นอุปกรณ์รองรับภาพจากเครื่องฉายชนิดต่าง ๆ
การกำหนดและติดตั้งจอภาพ
(Screen
Setting)
ก่อนการติดตั้งจอภาพผู้ติดตั้ง
จำเป็นจะต้องพิจารณาตำแหน่งของจอภาพ นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการรับชมแก่ผู้ชม
แล้ว ยังเป็นส่งผลต่อคุณภาพของภาพ ด้านความสว่าง
ความคมชัด และความถูกต้องของภาพที่ปรากฏ โดยต้องคำนึงต่อองค์ประกอบต่อไปนี้
1. ขนาดพื้นที่
2. จำนวนผู้ชมและตำแหน่งเก้าอี้
โต๊ะ หรือบริเวณของการยืนรับชม
3. แสงสว่างภายในห้อง
4. ตำแหน่งของเครื่องฉาย
การติดตั้งจอภาพสามารถกระทำได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับโครงสร้างและส่วนประกอบของจอภาพนั้นๆ
เราจะพบเห็นการติดตั้งจอภาพโดยทั่วไปใน 3 ลักษณะ
1. แบบสามขา หรือขาตั้ง (Tripod
or Portable) การติดตั้งลักษณะนี้
เป็นการติดตั้งที่กำหนดโดยลักษณะของจอที่ผลิตเป็นแบบเคลื่อนย้าย
คือจอภาพมีขาตั้งติดมาด้วย หรือ เนื่องด้วยเป็นการติดตั้งชั่วคราว
ที่สามารถแยกส่วนจอและขาตั้งจากกันได้
2. แบบยึดติดผนัง (spring
loaded wall screen) กรณีนี้มักติดตั้งเป็นการถาวร อาจจะใช้วิธีดึงจอขึ้น
หรือลงก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะของจอของแต่ละผู้ผลิต
ปัจจุบันมีระบบควบคุมการเก็บและใช้สะดวกมากขึ้น
จอแบบนี้เวลาดึงออกมาใช้จะตั้งฉากกับพื้น
3. แบบยึดติดฝ้าเพดาน
คล้ายกับแบบติดผนังแต่สามารถปรับมุมในการรับภาพของจอภาพ
เพื่อแก้ปัญหาการผิดเพี้ยนของภาพ ที่เรียกว่า Keystone effect
เครื่องเสียง
เครื่องเสียง หมายถึง
เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง
ที่ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียง หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการขยายเสียง ถ่ายทอดเสียง
กระจายเสียง เป็นต้น ในภายหลังยังนิยมเรียกรวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสัญญาณภาพด้วย
เครื่องเสียง
เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง
ที่ชัดเจนมากอย่างหนึ่งคือ เพื่อความบันเทิง และการพักผ่อนหย่อนใจ
โดยเหตุที่เราทุกคนสามารถรับฟังเสียงได้ทางหูสัมผัส และเป็นช่องทางเปิดตลอดเวลา
แม้เวลาหลับหูก็ยังสามารถรับเสียงได้
ดังนั้นทางเลือกทางหูสัมผัสจึงเป็นช่องทางสำคัญในการ
ส่งเสริมให้เกิดการรับรู้และเรียนรู้ในวิทยาการต่างๆมากมาย
ระบบเสียง
1. ระบบเสียงโมโน (mono
phonic sound system) หมายถึง
การขยายเสียงที่ขยายเสียงเพียง 1 ช่องเสียง
ขยายเสียงเหมือนต้นกำเนิดเสียงเหมาะที่จะนำไปใช้ในการขยายเสียงพูดเสียงบรรยาย
2. ระบบเสียงเตอริโอ (stereo
phonic sound system) หมายถึง
การขยายเสียงที่ขยายเสียงตั้งแต่ 2 ช่องเสียงขึ้นไป
ขยายเสียงผิดเพี้ยนไปจากต้นกำเนิดเสียงในทางไพเราะ
เหมาะที่จะนำไปใช้ในการขยายเสียงเพลง เสียงดนตรี ระบบเสียงสเตอริโอนั้น
อาจสร้างขึ้นมาเป็นชนิด 2 ช่องเสียง (2 CH) คือช่องเสียงทางซ้าย (left channel) และช่องเสียงทางขวา
(right channel) ซึ่งระบบนี้มนุษย์เรานิยมใช้ฟังกันมากเพราะตรงตามธรรมชาติของหูผู้ฟังคือ
มี 2 หู หูซ้ายและหูขวา
ระบบการทำงานของเครื่องเสียง
ภาคนำเข้าสัญญาณเสียง Input เป็นอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเสียงในรูปของสัญญาณไฟฟ้าตามที่ต้องการ
เพื่อป้อนเข้าระบบเสียง เช่น
ไมโครโฟนเปลี่ยนคลื่นเสียงจากปากผู้พูดให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าความถี่เสียงป้อนเข้าไปขยายให้มีกำลังแรงได้
เครื่องขยายเสียง Amplifier เป็นอุปกรณ์ที่ปรับแต่งและขยายกำลังของสัญญาณเข้าให้มีกำลังแรงขึ้น
เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้ตามจุดมุ่งหมาย
ภาคนำสัญญาณเสียงออกไปใช้ Output เป็นอุปกรณ์ที่นำสัญญาณเสียงไปใช้งานในหลายลักษณะ เช่น
ผ่านลำโพงกระจายเสียง
ลำโพง
ชนิดของลำโพง
แบ่งตามลักษณะการตอบสนองความถี่ของคลื่นเสียง
3 ชนิด คือ
1. (Woofer) เป็นลำโพงกรวยกระดาษแบบไดนามิก
ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไป มีความไวต่อการสั่นสะเทือน
ตอบสนองความถี่เสียงในช่วง 20 - 250 Hz
2. ลำโพงเสียงกลาง (Midrange
/ Squawked) เป็นลำโพงที่ตอบสนอง ความถี่ในช่วงกลางๆ เป็นลำโพง
กรวยกระดาษ แบบไดนามิก เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 &ndash 6 นิ้ว
ตอบสนองความถี่เสียงในช่วงประมาณ 500 - 5,000 Hz
3. ลำโพงเสียงแหลม (Tweeter)
เป็นลำโพงกรวยรูปโดม ขนาดเล็ก แบบไดนามิก ซึ่งมีเสียงแหลม
ตอบสนองความถี่ประมาณ 5,000 Hz ขึ้นไป
มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 - 3 นิ้ว
แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
1. ลำโพงใช้ภายในอาคาร (Indoor
speaker) ใช้ติดตั้งภายในอาคาร
ส่วนมากนิยมใช้เป็นลำโพงกระดาษเพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจนนุ่มนวล
ลำโพงที่ใช้ภายในอาคารนี้นิยมใช้เป็นลำโพงตู้ อาจเป็นแบบตั้งโต๊ะ ติดผนัง
2. ลำโพงใช้ภายนอกอาคาร (Outdoor
speaker) โดยมากมักเป็นลำโพงที่มีแผ่นสั่นเป็นพวกโลหะหรือไฟเบอร์
เพื่อให้ความคมชัดของเสียงสูง สามารถส่งกระจายเสียง
ไปให้ผู้ฟังที่อยู่ไกลๆ
ได้แก่ ลำโพงปากแตร หรือลำโพงฮอร์น (Horn)
3. ลำโพงใช้ภายในและภายนอกอาคาร
สภาพการณ์ที่เหมาะในการใช้สื่อประเภทเครื่องเสียง
1.
ใช้ในการเรียนการสอนที่มีผู้เรียนจำนวนมากในห้องเรียนขนาดใหญ่
ซึ่งผู้สอนไม่สามารถพูดให้ผู้เรียนได้ยินทั้งชั้นเรียน
2.
ใช้ในกรณีที่มีการเรียนการสอนหลาย ๆ ห้องพร้อม ๆ กัน
3.
ใช้ในห้องปฏิบัติการทางภาษา เพื่อใช้ในการฝึกทักษะการฟัง และพูด
เช่น ในการเรียนภาษาอังกฤษ
4.
ใช้ในห้องปฏิบัติการด้านดนตรี
ข้อดีของสื่อประเภทเสียง
1.
สามารถใช้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นมวลชนจำนวนมากได้
2.
ระยะกระจายเสียงกว้างและถ่ายทอดไปได้ในระยะไกล
3.
ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังและช่วยกระจายข้อมูลได้ในเวลาอันรวดเร็วมาก
4.
สามารถใช้ได้โดยไม่จำกัดขนาดของกลุ่ม
5.
เหมาะสำหรับการเรียนรู้กับทุกกลุ่ม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น